มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM)
Carbon Border Adjustment Mechanism หรือ CBAM นั้นเป็นมาตรการใหม่ของสหภาพยุโรป หรือ European Union (EU) เพื่อกำหนดให้สินค้าในรายชื่อที่มีการผลิตก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas emissions: GHG) ในกระบวนการผลิต ต้องชำระราคาคาร์บอน (carbon price) หากต้องการนำเข้าไปยังสหภาพยุโรป โดยถูกพิจารณาเป็นหนึ่งในมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการลดก๊าซเรือนกระจกภายในสหภาพยุโรปโดยเฉพาะการเพิ่มความเข้มแข็งของการพัฒนาและใช้ระบบตลาดซื้อขายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (European Union Emission Trading Scheme: EU ETS) จึงเกิดความกังวลว่าจะก่อให้เกิดการลดลงของความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในสหภาพยุโรปเนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่าจากราคาคาร์บอน (Carbon Price) ที่ต้องจ่าย และอาจก่อให้เกิดการรั่วไหลทางคาร์บอนโดยการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นที่ไม่มีกฎบังคับ CBAM จึงเกิดขึ้นมาเพื่อให้สินค้าที่นำเข้าไปยังสหภาพยุโรปจำเป็นต้องจ่ายราคาคาร์บอนเช่นเดียวกัน
ปัจจุบันมีการกำหนดสินค้า CBAM ทั้งหมด 6 ประเภทสินค้าที่เกี่ยวข้องโดยอ้างอิงจากหมายเลข CN code ซึ่งอาจรวมไปถึงวัตถุดิบตั้งต้น (Precursor) และสินค้าปลายน้ำ ของสินค้าดังกล่าวด้วย ประกอบด้วยสินค้าในหมวดต่าง ๆ ดังนี้
- ซีเมนต์ (Cement)
- เหล็กและเหล้กกล้า (Iron and Steel)
- อะลูมิเนียม (Aluminum)
- ปุ๋ย (Fertilizers)
- ไฮโดรเจน (Hydrogen)
- ไฟฟ้า (Electricity)
ทั้งนี้ มาตรการ CBAM ได้มีการแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ช่วงได้แก่
1.ช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transitional period) ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ปีพ.ศ. 2566 ถึง 31ธันวาคม พ.ศ. 2568 เป็นช่วงที่ให้เกิดการปรับตัวของผู้ประกอบการโดยจะยังไม่มีการเก็บราคาคาร์บอน แต่จำเป็นต้องมีการส่งรายงานถึงมลภาวะที่เกิดจากการผลิต หรือ embedded emission
2. ช่วงบังคับใช้ (Definitive Period) เป็นช่วงที่เริ่มมีการเก็บราคาคาร์บอนสินค้าที่นำเข้าไปยังสหภาพยุโรป โดยตั้งแต่ 1 มกราคม พ.ศ. 2576 เป็นต้นไป สินค้าเป้าหมายทุกประเภทต้องจ่ายราคาคาร์บอนตามปริมาณที่ผลิตในราคาเทียบเท่ากับราคาที่ต้องจ่ายในการผลิตในสหภาพยุโรปนั้น
นอกจากนี้การบังคับใช้ของ CBAM ในสหภาพยุโรปได้เริ่มส่งผลให้หลาย ๆ ประเทศมีความสนใจในการทำมาตรการเก็บภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดนเช่นกัน เช่น การเสนอกฎหมายภายใต้ชื่อ Clean Competition Act หรือ CCA ของสหรัฐอเมริกา การประกาศการเสนอการนำมาตรการ CBAM ของสหราชอาณาจักร และ การศึกษาภายใต้โครงการ Border Carbon Adjustments (BCAs) ของแคนาดา โดยมีสินค้าเป้าหมายจากสินค้าที่มีการผลิตคาร์บอนเข้มข้นในการผลิต เช่น ปุ๋ย ไฮโดรเจน ซีเมนต์ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ เซรามิกส์ กระจก เป็นต้น
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการ SME ไทย
การเริ่มต้นของCBAM นั้นทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบขึ้นต่อภาคการส่งออกไปยัง สหภาพยุโรป ใน 2 ปัจจัยหลัก ๆ ได้แก่
- มีต้นทุนส่งออกที่สูงขึ้น จากปัจจัยหลาย ๆ ด้านทั้งทางตรง และทางอ้อม เช่น ต้นทุนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ค่าพัฒนาระบบการผลิตในระยะสั้นกรณีที่มีการพัฒนาระบบการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- การลดลงของความสามารถในการแข่งขันจากราคาที่เพิ่มขึ้นและความพร้อมในการเปลี่ยนระบบ อย่างไรก็ดี การเกิดขึ้นของ CBAM ก็อาจช่วยในการกระตุ้นการพัฒนาภาคการผลิตของไทย โดยเฉพาะในบริษัท SME ที่มีความสามารถและความคล่องตัวให้มีการปรับไปใช้เทคโนโลยีที่มีความยั่งยืนมากขึ้นสอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของไทย เช่นกัน
จากการที่มาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรปได้เริ่มดำเนินงานแล้วนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อให้สามารถสอดรับกับมาตรฐานของสหภาพยุโรป และเชื่อว่าจะมีความใกล้เคียงกับมาตรฐานอื่น ๆ ที่จะตามมาได้อนาคตอันใกล้นี้ ผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตในประเทศไทยจึงต้องมีการเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการติดตามมลภาวะที่เกิดขึ้นจากการผลิตสินค้า มลภาวะที่ต้องทำการติดตามและรายงานแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
- การปล่อยมลภาวะทางตรง: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงในกระบวนการผลิตสินค้า โดยเฉพาะการเผาไหม้เชื้อเพลิง รวมไปถึงความร้อน (Heat) การหล่อเย็น (Cooling) และก๊าซเหลือทิ้ง (Waste Gas)
- การปล่อยมลภาวะทางอ้อม: ก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าที่ใช้ในการผลิตสินค้าทั้งจากที่มีการผลิตเอง และที่มีการซื้อมาจากภายนอก
- การปล่อยมลภาวะจากวัตถุดิบตั้งต้น (precursor): เป็นมลภาวะที่เกิดจากสินค้าที่นำมาใช้ในการผลิต เฉพาะวัตถุดิบตั้งต้นที่มีการระบุไว้โดยคณะกรรมาธิการยุโรปเท่านั้น
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถเลือกวิธีการติดตามให้เหมาะสมกับการผลิตสินค้าของต้นเอง โดยต้องมีการติดตามมลภาวะในการผลิตจาก 2 ระดับด้วยกัน ได้แก่
1. ระดับที่ตั้ง สำหรับมลภาวะในขอบเขตการดำเนินงานของระบบการผลิตทั้งหมดที่ที่กระบวนการผลิตทั้งหมดดำเนินงาน
2. ระดับกระบวนการผลิต ในกระบวนการหนึ่งที่แปรรูปสินค้าหนึ่งให้เป็นสินค้าหนึ่ง และทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกขึ้นมา
บทความแนะนำ เมกะเทรนด์
ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area: AFTA) https://youtu.be/zmRrVUyv8dc?si=lzbRsHbl56CC28gk ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area: AFTA) ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area AFTA) มีจุดเริ่มต้นจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 4 ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนมกราคม 2535 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับความท้าทายในการแข่งขันทางการค้ากับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อื่น ๆ ในโลก ผู้นำอาเซียนจึงเห็นพ้องต้องกันว่า จำเป็นต้องสร้างตลาดร่วมภายในภูมิภาคเพื่อเสริมสร้างอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการพึ่งพาซึ่งกันและกันระหว่างประเทศสมาชิก […]
กฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทําลายป่า (EU Deforestation Regulation : EUDR) https://youtu.be/ZvZiWoB9ikM?si=z6cSNzzTIB-_TrB_ กฏหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation Regulation: EUDR) กฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation Regulation: EUDR) ของสหภาพยุโรป กำหนดให้สินค้าที่นำเข้า EU เช่น ปาล์มน้ำมัน ถั่วเหลือง เนื้อวัว กาแฟ โกโก้ ยางพารา และไม้ และยังรวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ ที่มีส่วนประกอบจากวัตถุดิบดังกล่าว เช่น ช็อกโกแลต เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ และกระดาษ ต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งกำเนิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า โดยกฎหมายมีมติเลื่อนการบังคับใช้เพิ่มเติม 12 […]