loader

ข้อบังคับการออกแบบนิเวศน์เพื่อผลิตภัณฑ์ยั่งยืน

Play Video

     Eco-design เป็นกฏระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรป มาจากคำว่า “Ecological Design” และ “Economic” หมายความคือ กระบวนการที่ผสมผสานแนวคิดระหว่างเศรษฐกิจเข้ากับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่ของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต วัตถุดิบที่ใช้ จนกระทั่งขั้นตอนการทำลายหรือการนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบไว้ตั้งแต่ตอนแรก โดยมีหลักการคือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนประเด็นด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเช่น ความทนทาน ความสามารถในการซ่อมแซม และการรีไซเคิล ซึ่งจะควบคู่กับการวิเคราะห์ปัจจัยด้านอื่น ๆ ได้แก่ ต้นทุน กระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการตลาด เป็นต้น

     จากผลการเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับประเภทผลิตภัณฑ์ภายใต้แผนการทำงานฉบับแรกเมื่อ พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา พบว่า ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะจะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับแผนการทำงานฉบับแรก มีดังนี้

  • สิ่งทอ
  • เฟอร์นิเจอร์
  • ยางรถยนต์
  • น้ำยาซักผ้า
  • สี
  • น้ำมันหล่อลื่น
  • เหล็ก และเหล็กกล้า
  • อะลูมิเนียม

     เนื่องจากเสียงส่วนใหญ่มีความเห็นว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง แต่มีศักยภาพในการปรับปรุงสินค้าให้กลับมาใช้ได้อีกตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

     ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยอาจต้องลงทุนในการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการการผลิต การเลือกใช้วัสดุหรือวัตถุดิบที่ยั่งยืน รววมถึงค่าใช้จ่ายในการทดสอบผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว สอดคล้องกับข้อกำหนดของ Eco-design หากผู้ประกอบการไทยที่ต้องการจะส่งผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศในสหภาพยุโรปไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกปรับเงิน ถูกห้ามจำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรป หรืออาจรุนแรงถึงขั้นจำคุก (ขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละประเทศ) เว้นแต่บริษัทขนาดเล็กที่มีพนักงานจำนวนน้อยหรือเท่ากับ 10 คนจะได้รับการยกเว้นข้อกำหนดบางประการเพื่อลดภาระทางการเงิน และสินค้าบางประเภทอาจได้รับการยกเว้นชั่วคราวเนื่องจากเหตุผลเฉพาะทางเศรษฐศาสตร์

     มาตรการของไทยที่สนับสนุนข้อกำหนด Eco-design มีดังนี้

  1. ฉลากสีเขียว (Green Label) เป็นฉลากที่มอบให้แก่สินค้าที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยเปรียบเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกัน มีองค์กรหรือหน่วยงานกลางเป็นผู้ตรวจสอบและให้การรับรอง
  2. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ผลิตสินค้าในการสร้างมาตรฐานคุณภาพที่เหมาะสมกับการใช้งาน ได้แก่ เกณฑ์ทางเทคนิค คุณสมบัติที่สำคัญของผลิตภัณฑ์ ประสิทธิภาพในการใช้งานระยะยาว และคุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เป็นต้น
  3. แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ โดยให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์ อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากร รวมถึงส่งเสริมการผลิต และการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย 2 แผนย่อย ได้แก่
    • การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว จุดประสงค์ของแผนย่อยนี้ คือ เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว โดยกำหนดแนวทางให้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมติดฉลากสิ่งแวดล้อม
    • การจัดการสารเคมีและสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในภาคการเกษตรตามมาตรฐานสากล จุดประสงค์ของแผนย่อยนี้ คือ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการลดมลพิษจากของเสียอันตรายที่เกิดจากแหล่งกำเนิดต่าง  ๆ ตลอดจนตรวจสอบกลไกการบริหารจัดการขยะของประเทศทั้งระบบ
  4. โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) เป็นโครงการที่มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยดำเนินการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นให้การผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

บทความแนะนำ เมกะเทรนด์

iqonic-image
Posted on

ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area: AFTA) https://youtu.be/zmRrVUyv8dc?si=lzbRsHbl56CC28gk                                  ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area: AFTA)                  ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area AFTA) มีจุดเริ่มต้นจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 4 ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนมกราคม 2535 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับความท้าทายในการแข่งขันทางการค้ากับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อื่น ๆ ในโลก ผู้นำอาเซียนจึงเห็นพ้องต้องกันว่า จำเป็นต้องสร้างตลาดร่วมภายในภูมิภาคเพื่อเสริมสร้างอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการพึ่งพาซึ่งกันและกันระหว่างประเทศสมาชิก […]

iqonic-image
Posted on

กฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทําลายป่า (EU Deforestation Regulation : EUDR) https://youtu.be/ZvZiWoB9ikM?si=z6cSNzzTIB-_TrB_                 กฏหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation Regulation: EUDR)                 กฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation Regulation: EUDR) ของสหภาพยุโรป กำหนดให้สินค้าที่นำเข้า EU เช่น ปาล์มน้ำมัน ถั่วเหลือง เนื้อวัว กาแฟ โกโก้ ยางพารา และไม้ และยังรวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ ที่มีส่วนประกอบจากวัตถุดิบดังกล่าว เช่น ช็อกโกแลต เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ และกระดาษ ต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งกำเนิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า โดยกฎหมายมีมติเลื่อนการบังคับใช้เพิ่มเติม 12 […]